ดับไฟด้วยน้ำ

คนเรานี้ชอบโมโหคนอื่น แต่พอเราทำพลาดเองบ้าง ไม่ค่อยโมโหตัวเองหรอกใช่ไหม ถ้าจับประเด็นให้ได้ว่า ทำไมเราจึงไม่ค่อยโมโหตัวเอง แล้วนำมาใช้กับคนอื่นที่เราโมโหอยู่บ้าง คงจะดีไม่น้อย เพราะจะช่วยให้ไม่เสียเวลาโมโหคนอื่น

หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง อยากจะดับไฟ ต้องใช้น้ำดับ อะไรที่เป็นศัตรูกันนั่นแหละ จับมาใช้ ศัตรูของโมโห คือ พรหมวิหารสี่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
พอใครมาก่อกวนทำให้เราจะโมโห ขอให้ยกโทษให้ก่อน เหมือนกับที่เราทำผิดเอง แล้วทำไมจึงไม่โมโหนั่นแหละ เพราะเราจะยกแม่น้ำทั้งห้า หาเหตุผลต่างๆนานามาแก้ตัวให้ตัวเอง แม้ไม่มีเหตุผลก็จะคิดแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆว่า เพราะอย่างนั้น เพราะ
อย่างนี้ และแล้วยกโทษให้ตนเอง หมดโมโห

ถ้ายังโมโหอยู่อีก อย่าเพิ่งคิดถึงสาเหตุของไฟว่าลุกมาได้ยังไง เพราะกว่าจะคิด
หาสาเหตุเจอ ไฟคงจะไหม้ลามไปเยอะแล้ว อย่ามัวเสียเวลาโมโห ขอให้คิดถึงตัวเอง
จับอารมณ์ของตนเองดูให้ชัดว่า โมโหนี่เป็นสุขไหม ชอบไหมที่ตัวเองโมโหเนี่ย เสีย
เวลาโมโหไปทำไม

แทนที่จะล้อมคอกหลังวัวหาย ขอให้หมั่นคิดพิจารณาจับอารมณ์ความรู้สึกของตนเองทุก
ขณะจิต  ขอให้จับอารมณ์ตัวเองตลอดเวลาว่า นี่ ขณะนี้ตนเองมีอารมณ์ที่เป็นบวก
หรือ อารมณ์ที่เป็นลบ

อย่าเสียเวลากับอารมณ์ที่เป็นลบ มีแต่จะทำลาย ทำร้ายตัวเอง รีบยกโทษให้เลย
เร็วๆ จะได้หมดโมโห

พรหมวิหารสี่ ถ้ามองในแง่ของตัวเลข เมตตาคือทำให้เป็นบวก กรุณาคือทำให้ไม่เป็น
ลบ มุทิตาคือดีใจที่คนอื่นเป็นบวก อุเบกขาคือทำตนให้เป็น 0 ไม่เอียงข้างใดข้าง
หนึ่ง

อย่าเสียเวลากับเรื่องของคนอื่น อย่าเสียเวลากับเรื่องที่ต้นเหตุมาจากคนอื่น ขอ
ให้ใช้เวลาอยู่กับจิตของตนเอง มองที่ตัวเองนี่แหละ พยายามฝึกบ่อยๆ เวลาที่จะ
เรียกใช้ จะได้ใช้ได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลานึกคิดและคิดให้เสียเวลา
Previous
Next Post »